แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคลมประกัน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เคลมประกัน แสดงบทความทั้งหมด

รับเงิน 100,000 บาทจากประกัน 48 โรคร้ายยากมาก...จริงหรอ

ก่อนทุกท่านจะอ่าน อยากให้ทราบว่าผู้เขียนไม่ได้มีอาชีพขายประกัน แค่เป็นผู้ที่มีความคิดจะเกษียณสบาย มาตั้งแต่วัยรุ่น และพอทำได้แล้วจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์


เริ่มมาจากต้นปี 2567 นี้ (ราวเดือนมีนาคม) ผู้เขียนมีอาการแน่นที่หน้าอก หายใจหอบ จะเป็นลม เวลายกของหนัก หรือเดินขึ้นสะพานลอย หลังจากวินิจฉัยแล้ว คุณหมอวินิจฉัยว่าผู้เขียนมีสภาวะหัวใจขาดเลือด อันเนื่องมาจากเส้นเลือดตีบ


วันที่เข้าพบแพทย์ (รพ. ย่านบางแค) คุณหมอจะให้แอดมิททันที แต่ผู้เขียนปฏิเสธและขอเข้าแอดมิทในวันรุ่งขึ้นเนื่องจากมีงานด่วนติดพลัน คุณหมอจึงให้ทานยาสลายลิ่มเลือด ยาลดไขมันในเส้นเลือด และ ฯลฯ ภายในตอนนั้น


เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นแล้ว เช่น สายชาร์จ โทรศัพท์มือถือแล้วผู้เขียนจึงเดินทางไปที่รพ. คุณหมอก็จับให้เข้าห้อง CCU และก็ติดเครื่องวัดคลื่นหัวใจ ติดเครื่องวัดความดัน ระโยงระยาง และฉีดยาสลายลิ่มเลือดทันที


ช่วงสายของวันเดียวกัน คุณหมอแจ้งว่า วันรุ่งขึ้นจะทำการฉีดสี และทำบอลลูน (หากจำเป็น) ผู้เขียนมีความกังวลมาก เพราะมีคนรู้จักเคยเสียชีวิตหลังจากการฉีดสี (แม้ว่าในทางการแพทย์แล้วจะไม่อันตราย หากคนไข้ไม่แพ้อาหารทะเล) จึงทำการปรึกษากับคนในครอบครัว และสรุปว่าจะให้แพทย์ทำการรักษาแบบ Non-Intrusive (ไม่บุกรุก ไม่ฉีดสี ไม่สวนสาย) กล่าวคือ ทานยา และดูแลรักษาสุขภาพอย่างดี


หลังจากอธิบายให้ทางคุณหมอที่ดูแลเคสเป็นเวลาหลายนาทีแล้ว คุณหมอยอมให้กลับบ้านได้ แต่ต้องให้ตรวจติดตามตามนัด โดยหลังจากเห็นบิลเรียกเก็บเงินแล้ว ผู้เขียนไม่ตกใจมากเพราะมีประกันสุขภาพ ค่าใช้จ่ายคิดเป็นเงินแล้ว 50,000 กว่าบาท แต่เนื่องจากประกันดังกล่าว ผู้เขียนจึงเสียแค่เวลาในการรอทางรพ. ตรวจเช็คสิทธิ์ในการรักษาพยาบาล ตรงนี้ทำให้ผู้เขียนรู้สึกว่าตนเองโชคดีมาก ที่มีประกันสุขภาพ รวมถึงได้เงินพิเศษจากการประกัน 48 โรคร้าย จึงมีแนวคิดอยากจะแบ่งปันเรื่องราวเพื่อเป็นวิทยาทาน


เริ่มประกัน 48 โรคร้าย

ผู้เขียนทำประกันชีวิต และมีสัญญาเพิ่มเติมคือ ประกันสุขภาพ, ประกัน 48 โรคร้าย, และประกันอุบัติเหตุกับบริษัทประกันกรุงเก่าตั้งแต่เพิ่งเรียนจบใหม่ ๆ คำนวณแล้วตกปีละหมื่นกว่าบาท โดยเป็นประกันชีวิต 6,000 กว่าบาท


ประกันดังกล่าวมีวิธีการจ่ายแบ่งเป็น 3 ระดับตามระดับความหนักเบาของอาการ โดยกระบวนการตั้งแต่ตอนที่ผมติดต่อบริษัทประกันจนได้รับเช็คคิดแล้วเป็นเวลา 80 วัน เรียงลำดับตามไทม์ไลน์ดังนี้

  • ราวเดือนสิงหาคม เริ่มส่งอีเมลล์หาเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ประกันหลังจากแพทย์วินิจฉัยว่ามีสภาวะหัวใจขาดเลือดตอนเดือนมีนาคมปีเดียวกัน พร้อมแนบหลักฐานพื้นฐานเช่น ผล Echo, ECG, ผลเลือด, และ ฯลฯ
  • ภายใน 1 วันให้หลังเจ้าหน้าที่ก็ตอบอีเมลล์กลับพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
  • ถัดมาอีก 1 อาทิตย์เจ้าหน้าที่ก็มีเอกสารให้กรอกเช่น เอกสารเคลม รวมถึงเอกสารให้แพทย์กรอก พร้อมให้ส่งเอกสารทั้งหมดกลับทาง EMS (ในส่วนของบริษัทประกันใช้เวลาทั้งหมดช่วงนี้ประมาณ 1 อาทิตย์)
  • สลับมาทางด้านรพ. เนื่องจากต้องให้แพทย์ช่วยกรอกเอกสารจึงใช้เวลาอีกเกือบ 1 เดือน เพราะรอผู้เขียนว่าง และรอแพทย์กรอกเอกสาร (ตรงนี้ทางรพ. มีเก็บค่าบริการในการให้คุณหมอกรอก 500 บาท) โดยผู้เขียนต้องชำระเอง (ใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 40 วัน)
  • ราวปลายเดือนกันยายน ผู้เขียนได้ทำการส่ง EMS ให้บริษัทประกันและได้รับเช็คเคลมเต็มจำนวนวงเงินตามวงเงินที่ทำประกันภายในไม่เกิน 2 อาทิตย์จากวันที่บริษัทประกันได้รับเอกสาร


ข้อสังเกตุ

ในอนาคตบริษัทฯ ประกันควรจะขอเอกสารโดยตรงกับทางรพ. โดยทางผู้ทำประกันควรจะแจ้งบริษัทฯ ผ่านจดหมายเคลม และอาจจะอนุญาตให้บริษัทประกันมีสิทธิ์ในการสอบถามอาการของผู้ช่วย ที่สำคัญผู้เคลมไม่ควรต้องเสียเงินเพิ่มเติมจากค่าบริการแพทย์ในการกรอกเอกสารใด ๆ


หลังจากได้รับเช็คเงินเคลมแล้ว ทางบริษัทประกันทำการแจ้งว่ากรมธรรม์ในส่วนของ 48 โรคร้ายถูกยกเลิกทันที ซึ่งผู้เขียนเห็นว่า ควรจะยกเว้นเฉพาะโรคที่ผู้เคลมประกันเป็นเท่านั้น

สิทธิประโยชน์จากประกันสังคม มาตรา 33 vs มาตรา 39 “ ประกันสังคม” ในประเทศไทยมีระบบที่แบ่งออกเป็นหลายประเภท โดยหลัก ๆ จะมี “มาตรา 33” และ “มา...

น่าสนใจ